ประสบการณ์ทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ผ่านกงสุลสัญจร (ต่อ)

31 สิงหาคม 2557 @ Hilton Garden Inn – Shoreview, MN

ประสบการณ์ทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ผ่านกงสุลสัญจรในอเมริกา
Apply for Thai E-Passport through “Mobile Consulate” in USA


 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากโพสต์ก่อนหน้า

  • ยื่นขอวันอาทิตย์ 31 ส.ค., จันทร์ 1 ก.ย. เป็นวันหยุด, ได้รับหนังสือเดินทางวันพุธที่ 17 ก.ย. (via USPS Express), ถ้านับตั้งแต่ 2-17 ก.ย. ใช้เวลาทั้งหมด

16 วัน

บรรยากาศโดยรวม

กงสุลสัญจร - บรรยากาศ

ด่านที่ ๒ ชำระเงิน

กงสุลสัญจร - ชำระเงิน

ด่านที่ ๓ รับบริการ

กงสุลสัญจร - รอรับบริการ

กงสุลสัญจร - รับบริการ

Advertisements
Standard

ประสบการณ์ทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ผ่านกงสุลสัญจร

๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ @ Hilton Garden Inn – Shoreview, MN

ประสบการณ์ทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ผ่านกงสุลสัญจรในอเมริกา
Apply for Thai E-Passport through “Mobile Consulate” in USA


บริการกงสุลสัญจรคือการ จัดส่งเจ้าหน้าที่ให้บริการงานด้านกงสุลแก่คนไทยในมลรัฐต่างๆเป็นระยะ ซึ่งส่วนใหญ่จะให้บริการวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยจะประกาศกำหนดให้บริการล่วงหน้า (จากเวบ Royal Thai Embassy)

วันนี้แพนด้ามีโอกาสไปใช้บริการกงสุลสัญจรที่รัฐ Minnesota ซึ่งอยู่ในเขตดูแลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก (Royal Thai Consulate-General, Chicago) ถ้าไม่คุ้นกับขั้นตอน รบกวนอ่านหน้านี้ก่อนนะคะ ปฏิทินกงสุลสัญจร

กำหนดเปิดให้บริการ 9:00 แพนด้าไปถึงตอน 9:30 ได้เบอร์ 3X และได้กลับบ้านตอน 11:00 เร็วกว่าที่คิดไว้มาก 🙂

เอกสารที่แพนด้าเตรียมไปวันนี้

  1. แบบฟอร์มคำร้อง (กรอกไว้เรียบร้อย)
  2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (พร้อมสำเนา ๑ ชุด)
  3. บัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมสำเนา ๑ ชุด)
  4. ซอง USPS Express Flat Rate จ่าหน้าซองถึงตัวเอง ติดแสตมป์
  5. Money Order $35

ขั้นตอนที่แพนด้าเจอ

(ตามหน้านี้เป๊ะเลยค่ะ ขั้นตอนการขอหนังสือเดินทาง e-passport เพียงแต่สับสนอลหม่านกว่ามาก)

  • ด่านที่ ๑ กรอกคำร้อง และตรวจเอกสาร : ใครไม่มีแบบฟอร์มคำร้อง หรือ USPS Address Label สามารถมารับไปนั่งกรอกได้ ใครที่เตรียมมาเรียบร้อย เมื่อผ่านการตรวจเบื้องต้น ก็เขียนเลขลำดับและชื่อลงสมุด รับแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ แล้วไปนั่งรอเรียกชื่อสำหรับด่านต่อไป (ตรวจเอกสาร ๕ นาที รอชำระเงิน ๓๐ นาที)

  • ด่านที่ ๒ ชำระเงิน : เจ้าหน้าที่ตรวจทานเอกสารอีกรอบ จ่ายค่าธรรมเนียม $35 เป็น Money Order หรือ Cashier’s Check หรือ Cash (เงินสด เข้าใจว่าอนุโลมเฉพาะกงสุลสัญจรเท่านั้น) ถ้าไม่ได้เตรียมซอง/แสตมป์มา สามารถจ่ายเพิ่ม $6 สำหรับ USPS Priority Envelop + Stamp + Tracking Label แล้วก็เอา Address Label จากด่านที่ ๑ แปะลงไปบนซอง เจ้าหน้าที่แจ้งว่าใช้เวลาประมาณ ๔ อาทิตย์สำหรับหนังสือเดินทางเล่มใหม่ (๕ นาที)

ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน (Receipt) (ลงให้ดูเพราะเคยได้ยินว่าอาจต้องใช้ หากต้องขอวีซ่าตอนหนังสือเดินทางเหลือน้อยกว่า ๖ เดือน)

Thai Consulate Chicago Passport Receipt (Sample)

  • ด่านที่ ๓ รับบริการ ขอหนังสือเดินทาง :

– สแกนลายนิ้วมือ # ๔ นิ้วข้างขวา # ๔ นิ้วข้างซ้าย # นิ้วหัวแม่มือทั้ง ๒ ข้าง สแกนยากนิดนึง แพนด้าพยายามอยู่นาน ทั้งกดทั้งเช็ดนิ้วมือ(ชื้น/เหงื่อ)อยู่หลายรอบ
– ถ่ายรูปกับฉากหลังสีขาว ยิ้มได้แต่ห้ามเห็นฟัน 🙂 ไม่จำเป็นต้องเห็นหู (อันนั้นสำหรับขอวีซ่าเข้าอเมริกา) เห็นหลายๆคนไม่ต้องถอดตุ้มหูด้วย เจ้าหน้าที่น่ารักทั้ง ๓ ท่านค่ะ ถ้ารูปออกมาคอเอียงตาลอยฯ ก็ถ่ายให้ใหม่ ใจเย็นกันมากทีเดียว
– เซ็นชื่อ ๑. ลายเซ็นที่จะใช้บนหนังสือเดินทาง ๒. เขียนบรรจงชื่อภาษาไทย
– จริงๆเจ้าหน้าที่ทำอีกเยอะ เห็นเช็คที่อยู่ เทียบรูป สแกนเอกสาร ฯ แต่อันที่เราต้อง act เท่าที่จำได้มีหลักๆ ๓ อย่าง ส่วนหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จะเก็บไป และส่งคืนพร้อมเล่มใหม่
– ด่านนี้นั่งรอประมาณ ๔๐ นาที พอถึงคิว ใช้เวลาประมาณ ๕-๑๐ นาที

สิ่งที่สังเกตเห็น

  • เท่าที่ได้ยิน เจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งเป็นอาสาสมัครจาก Thai Association of Minnesota มาช่วยผ่อนงานเจ้าหน้าที่กงสุล ประสบการณ์คงไม่มากนัก ทำให้ด่านที่ ๑ และ ๒ สับสนวุ่นวายพอดู แต่เราไม่ว่ากันค่ะ เพราะอาสาสมัครเหล่านี้ช่วยให้เราไม่ต้องถ่อข้ามรัฐเพื่อไปทำหนังสือเดินทาง นี่ถ้าแพนด้ารู้ก่อน จะช่วยทำป้ายโต๊ะ+เตรียมเลขคิวมาไว้ยกเรียก จะได้แฮปปี้กันถ้วนหน้า 🙂 แหม เสียดายรู้ช้าไปหน่อย

Number Signs

  • ที่น่าสนใจคือ ให้คืนแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการที่ด่าน ๒ เท่ากับว่าผลสำรวจจริงๆคือด่าน ๑ เท่านั้นเอง

  • เว็บไซต์ thaiconsulatechicago.org กับ Facebook Page บอกข้อมูลต่างกันนิดหน่อย จริงๆเราเลือกได้ว่า รับเล่มที่ชิคาโก หรือ ส่งกลับทางไปรษณีย์ หรือ รับเล่มที่ประเทศไทย หากให้ส่งกลับทางไปรษณีย์ จะใช้ USPS Express (ต้องเตรียมไปเอง) หรือ Priority ก็ได้ แต่ไม่แน่ใจว่าใช้ FedEx หรือ UPS ได้หรือเปล่านะคะ

  • กงสุลสัญจร(จากชิคาโก) ยังไม่รับทำบัตรประชาชน (as of 2014)

  • กงสุลสัญจร(จากชิคาโก) ไม่ต้องนัด/จองคิวล่วงหน้า เหมือนทาง LA / NY / DC

เกร็ดเล็กๆน้อยๆ

  • ซื้อ Money Order ผ่านธนาคาร ค่าธรรมเนียมราวๆ $5 ถ้าซื้อ Postal Money Order (ขายที่ USPS) ค่าธรรมเนียมปัจจุบัน $1.25 ประหยัดไปได้นิดหน่อย

  • สำหรับ USPS Express Label อย่าลืมเก็บ Customer Copy ไว้ (เอามือจับหน้า Customer Copy จากช่องที่เปิดไว้ด้านขวา ออกแรงดึงเบาๆ มันจะหลุดออกมาเอง)

  • ไม่จำเป็นต้องทิ้งใบ I-94 และใบ ตม. (บัตรขาออก/ขาเข้า) ไว้ในหนังสือเดินเล่มเก่า จะดึงออกมาเก็บไว้เองก็ได้ ถ้าไม่อยากดึงออก แนะนำให้ทำสำเนาไว้

ส่งท้าย

เจ้าหน้าที่อัธยาศัยดีค่ะ พยายามช่วยเหลือและตอบคำถามเท่าที่ทำได้ ด่าน ๓ ทำงานเร็วและเป็นระเบียบมาก น่าประทับใจ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ 🙂

ไว้แพนด้าได้หนังสือเดินทาง แล้วจะมาอัพเดทอีกทีนะคะว่ารอทั้งหมดกี่วัน ~ Until Then ~

 

Updated Sep 21, 2014 : ประสบการณ์ทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ผ่านกงสุลสัญจร (ต่อ)

Standard

Where is iTunes File Sharing? (iTunes 11, Windows 7)

iTunes File Sharing อยู่ตรงไหนนะ?

หลังจาก export ไฟล์แล้ว แพนด้านั่งหาเจ้า file sharing บน iTunes อยู่ชั่วโมงกว่าๆ สุดท้ายต้องลองกดทุกเมนู มันถึงจะโผล่ขึ้นมา แพนด้าไม่แน่ใจว่า hide เป็น default setting หรือเปล่า เลยลงไว้สำหรับคนที่เจอปัญหาเดียวกันค่ะ

Launch iTunes > View > Show Sidebar > Select Device > Apps > Scroll Down to “File Sharing”

iTunes File Sharing (iTunes 11, Windows 7)

อ่านวิธีการใช้ File Sharing ได้ที่นี่ค่ะ

[English] iOS: About File Sharing
[Thai] iOS: เกี่ยวกับการแบ่งปันไฟล์

 

Standard

แชร์ประสบการณ์ : ตัดริดสีดวงภายนอก ตอนที่ ๓

*** อันนี้คือประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ แต่ละคนแต่ละเคสไม่เหมือนกัน ไปพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ ***

วันที่ ๒

แพนโดราไม่ได้ส่องกระจกดูสภาพแผล เพราะเคยเห็นรูปในอินเตอร์เน็ตแล้วหลอน อันนี้ถือว่าพลาดมากค่ะ แพนโดราถ่ายหนักครั้งแรกหลังจากตัดริดสีดวงไปแล้ว ๒ วัน ซึ่งเป็นไปได้ด้วยดี ไม่เจ็บไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลย 🙂 คลำๆผ่านทิชชูเปียกตอนเช็ดก้น รู้สึกว่าแผลยังบวมอยู่

ผ่านไปราวๆ ๒ ชม. รู้สึกว่าบริเวณแผลบวมขึ้นเยอะ ก็ยังไม่คิดอะไร ทานยาเข้านอนแล้วสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะปวดแผล ตัดสินใจส่องกระจกดู มันดูบวมเป่งน่ากลัวมาก แพนโดราไม่รู้ว่ามันเป็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะไม่เคยส่องดู (ถึงบอกว่าพลาด เราควรรู้สภาพร่างกายของตัวเองมากกว่าใครๆ) ลังเลๆสักพักก็ตัดสินใจไปรพ.

คราวนี้ได้เจอ MD ไม่ใช้แค่ PA-C เพราะเราเพิ่งรับการผ่าตัดไปเมื่อ ๒ วันก่อน ทางรพ.เกรงว่าอาจมีผลข้างเคียง คุณหมอดูแล้วบอกว่าเราแจ๊คพอต เป็น Thrombosed External Hemorrhoid ซึ่งคือก้อนริดสีดวงภายนอกที่มีเลือดคั่งอยู่ข้างใน เป็นริดสีดวงชนิดที่ขึ้นชื่อว่าเจ็บมาก มีโอกาสเกิดขึ้น 5% เพราะบริเวณนั้นระคายเคืองหลังการรักษา (inflammation, swelling ฯ) [ แพนโดรา : เอิ่ม… ทำไมตอนเข้ารับการรักษาครั้งแรก ไม่เห็นมีใครอธิบายให้ฟังเลยล่ะคะ 😦 ] เนื่องจากพี่เบิ้ม Thrombosed External Hemorrhoid ของแพนโดรายังอายุไม่เกิน ๔๘ ชม. คุณหมอเลยตัดสินใจรักษาต่อ

เริ่มด้วยการตรวจเลือด (เพื่อเช็คค่าอะไรสักอย่าง เห็นว่าเพราะเราเพิ่งผ่าตัดมา) นอนตะแคงงอเข่า ฉีดยาชา คราวนี้หลายเข็มอยู่ เจ็บเหมือนกันแต่ทนได้ แล้วกรีดเอาเลือดออก (excision) ว่ากันว่าเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บ แต่ไม่ได้ตัดริดสีดวงออกนะคะ เสร็จแล้วก็เหน็บผ้าก๊อซ สั่งยา ปล่อยตัวกลับบ้าน เหมือนรอบที่แล้วทุกประการ

วันที่ ๓

สำหรับเคสของแพนโดรา excision ไม่ช่วยเลยค่ะ กระซิกๆ มันยังเจ็บมากๆ แพนโดราถึงกับหมดสภาพ ทานข้าว-ทานยา-นอน ทำได้แค่นี้อยู่เกือบ ๒ วัน อาการถึงจะเริ่มดีขึ้น

วันที่ ๖

เจอปัญหาใหม่ ท้องผูกค่ะ ผ่านไป ๓ วันถึงจะถ่ายหนัก แถม ๒-๓ ครั้งแรกเจ็บกว่าที่คิดมาก พูดไม่ออกเลยค่ะ แต่หลังจากนั้นก็ค่อยๆดีขึ้น

วันที่ ๗

เลือดเกือบๆจะหยุดไหล เจ็บแผลน้อยลงมาก

อาทิตย์ที่ ๖

ขนาดริดสีดวงเล็กลงมาก น่าจะราวๆ 1×2 cm ยังเจ็บเล็กๆหลังถ่ายหนักในบางครั้ง ติดต่อคุณหมอไปอีกรอบ คุณหมอบอกว่ามันจะค่อยๆยุบลง จนเหลือแค่ skin tag (ติ่งเนื้อ) ในที่สุด แต่ไม่สามารถบอกระยะเวลาที่แน่นอนได้

สรุป

แพนโดราโชคร้ายค่ะ (ยิ้ม) 🙂 ถ้าแพนโดราไม่ได้เป็นหนึ่งใน 5% ก็ถือว่าการรักษาครั้งแรกประสบผลสำเร็จ แต่เพราะแพนโดราโชคร้าย เลยต้องกลับมาเป็นริดสีดวง(แบบโหดซะด้วย)อีกรอบ กระซิกๆ ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเปลี่ยนใจไหม ไม่เปลี่ยนใจค่ะ เพราะแพนโดราไม่มีทางรู้เลยว่าผลจะเป็นยังไง ต้องวัดดวงเอา ตอนนี้เจ้าริดสีดวงติ่งแรกหายไปแล้วนะคะ ไม่ต้องเอานิ้วดันกลับเข้าไปหลังถ่ายหนัก หูรูดก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แพนโดราพอใจค่ะ ถึงแม้ว่าเจ้าติ่งที่สองยังอยู่ ก็รักษาตามอาการกันต่อไป

ค่าใช้จ่าย

ทั้งหมด (รวมค่ารักษาพี่เบิ้ม Thrombosed ด้วย) อยู่ที่เกือบๆ $4,000 USD หรือประมาณ ฿130,000 บาท ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเคลมประกัน เท่าที่ดูน่าจะต้องจ่ายราวๆ $500

หวังว่าประสบการณ์ของแพนโดรา จะมีประโยชน์ต่อคนอื่นไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกท่านหายเร็วๆนะคะ

Standard

แชร์ประสบการณ์ : ตัดริดสีดวงภายนอก ตอนที่ ๒

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก ตอนที่ ๑ สรุปเป็นข้อๆแบบไม่ปะติดปะต่อ จากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ หากมีข้อสงสัย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • เตรียมตัว : หากคุณหมออนุญาต ทานยาแก้ปวดไปล่วงหน้า ที่แพนโดราเจอคือ ตอนนั่งรอรับยาแก้ปวด ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ซะแล้ว

  • เตรียมตัว : หากคุณหมออนุญาต ทานยา Stool Softener เตรียมไว้ ช่วยให้อุนจินิ่ม ถ่ายคล่อง ไม่บาดก้น อันนี้ช่วยได้มากค่ะ 🙂

  • เตรียมตัว : ซื้อ “ทิชชูทำความสะอาดแบบเปียก” เตรียมไว้ แพนโดราไม่ได้เตรียมไว้ วันแรกเลยต้องใช้ทิชชูจุ่มน้ำเอา อยู่บ้านคงไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้วิธีนี้ข้างนอกไม่ได้แน่ แพนโดราใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับริดสีดวง บนอินเตอร์เน็ตบอกว่าใช้ baby wipes แทนได้ ถามคุณหมอดูนะคะ

  • รักษาตัว : ถึงแม้สามารถกลับไปทำงานต่อได้ แนะนำให้หยุดงาน ๑-๒ วัน เพราะการเคลื่อนไหวอาจทำให้เจ็บแผลเป็นระยะ ถ้าจำเป็นต้องนั่ง เบาะรองนั่งแบบมีรูตรงกลาง (chair cushion) อาจช่วยลดการกดทับแผล

hemorrhoid-chair-cushion

รูปจาก : hemorrhoidhubs

  • ต่อเนื่องจากข้างบน แพนโดราไม่ถูกกับยาแก้ปวดที่ PA สั่งให้ ทานแล้วมึนมาก ช่วงหลังถึงกับอาเจียร สุดท้ายก็ต้องลาป่วยอยู่ดี 😦

  • รักษาตัว : ช่วงแรกอาจทำความสะอาดยาก “Sitz Bath” ช่วยได้ค่ะ ทำให้เลือดหมุนเวียน (บรรเทาความเจ็บ) และรักษาความสะอาด Sitz Bath คือการนั่งแช่น้ำอุ่น (ตอนแรกแพนโดราใช้น้ำร้อนไป แสบแผลจี๊ด ตามด้วยอาการคันแผลยิบๆ) ๑๕ นาที วันละ ๒-๓ ครั้ง หรือหลังทำธุระหนัก รูปข้างล่างเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะ ใช้วางบน toilet แลัวนั่งแช่ จะใช้วิธีนั่งยองๆบนกะละมังก็พอไหวอยู่ ต้องทนเมื่อยขาหน่อย

sitz-bath

รูปจาก : carex

  • Sitz bath เป็นที่รู้จักกันดีในอเมริกา คุณหมอ (PA & MD) ที่รักษาด้วยก็แนะนำให้ใช้ แต่แพนโดราไม่เคยได้ยินคนไทยพูดถึงนะคะ ไม่ทราบว่าทำไม เลยอยากแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ เผื่อมันมีผลข้างเคียง

จบตอนที่ ๒ แล้วค่ะ ส่วนตอนที่ ๓ แพนโดราจะเล่าเรื่องผลลัพธ์ after treatment ข้อดีข้อเสีย และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนตอนที่ ๔ จะเกี่ยวกับเทคนิคการดูแลรักษาตัวเอง (ต่อเนื่องจากตอนที่ ๓)

หวังว่าประสบการณ์ของแพนโดรา จะมีประโยชน์ต่อคนอื่นไม่มากก็น้อยนะคะ ขอให้ทุกท่านหายเร็วๆค่ะ 🙂

Standard

แชร์ประสบการณ์ : ตัดริดสีดวงภายนอก ตอนที่ ๑

แพนโดราเป็นริดสีดวงมา ๑๐ กว่าปี จากก้อนเล็กๆที่หดกลับเข้าไปเองได้ กลายเป็นก้อนขนาดปลายนิ้วที่ต้องดันกลับเข้าไป ไม่เจ็บ ไม่มีเลือดออก แค่ใช้ชีวิตไม่สะดวก

หลังจากที่ริดสีดวงขนาดใหญ่ขึ้นและออกมาง่ายขึ้น แพนโดราเริ่มกังวลว่ามันอาจจะแตกเลือกสาดเข้าซักวัน หรือเป็นหนักจนไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ เลยตัดสินใจไปพบหมอก่อนที่มันจะลุกลาม

แพนโดราอยู่อเมริกานะคะ ขั้นตอนการตรวจของรพ.ที่ไปคือ

  • เริ่มจากแผนก Primary Care เพื่อทำการวินิจฉัยเบื้องต้น ผลคือมีอาการของริดสีดวงจริง เลยได้ referral (ส่งตัว) ไปยังแผนก Colon & Rectal Surgery

  • แผนก Colon & Rectal Surgery ระบุให้ทำ enema (สวนทวาร) ๑ ชม.ก่อนเวลานัด ทำเองได้ไม่ยาก สามารถซื้อ enema kit ได้ตามร้านขายยาทั่วไป ถ้าให้รพ.ทำให้ มีค่าใช้จ่ายราวๆ $65 USD (ประมาณ ๒๐๐๐ บาท)

  • แพนโดราได้รับการตรวจและรักษาโดย PA-C (Physician Assistant – Certified) และผู้ช่วย (คิดว่าเป็นพยาบาล) เริ่มการตรวจโดย ถอดเสื้อผ้าท่อนล่าง คุกเข่า ก้มตัวไปด้านหน้า ตามรูป

kneeling-surgery-bed

รูปจาก : pbworks

  • ถ้าแพนโดราเข้าใจไม่ผิด (เพราะได้แต่ฟัง มองไม่ได้) PA ตรวจแบบใช้นิ้วก่อน ตามด้วยการส่องกล้อง (anoscopy) ซึ่งไม่เจ็บทั้งสองแบบ ใช้เวลาประมาณ ๕-๑๐ นาที

  • จากที่แพนโดราศึกษาจากเวบไซต์ของสถานพยาบาลต่างๆ แพนโดรามั่นใจมากว่าเป็น ริดสีดวงภายใน (Internal Hemorrhoids) เพราะ ๑. มองไม่เห็นจากภายนอก ๒. โผล่มาให้ยลโฉมเฉพาะตอนถ่าย ใช้มือดันกลับเข้าไปได้ แต่เมื่อตรวจแล้วกลับพบว่าเป็น ริดสีดวงภายนอก (External Hemorrhoids)!!! คาดไม่ถึง ไปต่อไม่ถูกเลย แพนโดราเลยอยากแนะนำว่า หากใครมีปัญหาสุขภาพ ไปพบแพทย์เถอะค่ะ วินิจฉัยให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มดีกว่า จะได้รักษาให้เหมาะสม

  • PA อธิบายว่าจะปล่อยไว้หรือตัดออกก็ได้ ถ้าต้องการตัดออก ทำได้ที่นี่เลย (exam room/office) ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด (surgical room) เพราะเป็นเพียงริดสีดวงภายนอกขนาดเล็ก สามารถกลับไปทำงานต่อได้เลย หลังตัดแผลจะบวมสักพัก หากเจ็บให้ทานยาแก้ปวดและประคบด้วย cold pack แผลจะหายสนิทในเวลาหลายสัปดาห์ (บอกยังงี้จริงๆค่ะ few weeks) ถ้าไม่มีอาการข้างเคียง ไม่จำเป็นต้องนัดพบอีกรอบ แพนโดราเลือกตัดออกค่ะ ตัดวันนี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องนัดใหม่ให้วุ่นวาย

  • PA ก็จัดการฉีดยาชา แล้วก็ตัดฉับๆๆๆ กดซับเลือด เหน็บผ้าก๊อซ ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที เจ็บแค่นิดเดียวตอนฉีดยาชา หลังจากนั้นก็ไปรับยาแก้ปวด(แบบแรง) ๖ เม็ด เป็นอันเสร็จกระบวนการ กลับบ้านได้

  • ผ่านไป ๑ ชม. ยาชาหมดฤทธิ์ เริ่มเจ็บค่ะ แต่ไม่ถึงกับทนไม่ได้ ยาแก้ปวดเอาอยู่ สามารถนั่งได้ตามปกติ เข้าห้องน้ำไปชิ้งฉ่องครั้งแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร ถือโอกาสเปลี่ยนผ้าก๊อซซะเลย ดึงออกมา โอ้ววววว เลือกโชก

ยังไม่รู้ว่าบิลจะออกมาเท่าไหร่ เป็นที่รู้กันว่าค่ารักษาพยาบาลในอเมริกาแพงมากกกกก แพนโดราโชคดีที่มีประกันเลยไม่ค่อยห่วง (ยังไงก็ต้องจ่ายเองบางส่วน แต่คงไม่เลวร้ายมาก)

ขอจบการแชร์ประสบการณ์ตอนที่ ๑ (๑๒ ชม.แรก) ไว้ ณ ที่นี้ ไว้มีความคืบหน้า แพนโดราจะมาเล่าเพิ่มเติมนะคะ

Standard